1) ใช้วีซ่าผิดประเภทแล้วมาเริ่มทำงานบริหารกิจการทันที
ความเข้าใจผิดยอดฮิต เข้ามาไทยด้วย Tourist / Visa Exemption / บางกรณีใช้วีซ่าเรียน แล้วเริ่มทำธุรกิจหรือ ช่วยงานบริษัททันที เมื่อเกิดการตรวจ (เช่น จาก ตม., แรงงาน, หรือขณะทำธุรกรรมราชการ) จะถูกตีความว่า ทำงานโดยไม่มีสถานะที่ถูกต้อง
แนวทางที่ถูกต้อง
หาก เข้ามาเพื่อทำธุรกิจ/ทำงาน แนวทางหลักคือ Non-Immigrant Visa ประเภท B และต้องดำเนินขั้นตอนให้สอดคล้องกับ Work Permit ก่อนเริ่มทำงาน วางแผนเส้นทางเอกสาร ตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศ วัตถุประสงค์, ผู้สนับสนุน, สัญญา, และไทม์ไลน์การยื่น
2) ไม่มี Work Permit แต่คิดว่า เป็นเจ้าของบริษัททำงานได้
ความจริงเชิงกฎหมาย ต่อให้เป็นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น หากลงมือทำงาน/บริหาร/ให้บริการ ก็ยังมีความเสี่ยงต้องมี Work Permit ตามนิยามการทำงานที่ถูกตีความในกฎหมายแรงงานคนต่างด้าว
ผลกระทบที่พบจริง
- โดนดำเนินคดี/เปรียบเทียบปรับ/ถูกสั่งให้ออกนอกประเทศ (ขึ้นกับกรณี)
- มีความเสี่ยงทางชื่อเสียงธุรกิจ และกระทบการต่อวีซ่าในอนาคต
แนวทางที่ถูกต้อง
ก่อนจะทำงาน ต้องมี Work Permit ก่อนเริ่มทำงาน จัดระเบียบเอกสารบริษัทให้พร้อมต่อการยื่น Work Permit (ตำแหน่งงาน, สถานที่ทำงาน, โครงสร้างเงินเดือน/ภาษี ฯลฯ)
3) ทำงานนอกขอบเขตที่ระบุใน Work Permit (ตำแหน่ง/สถานที่/หน้าที่)
หลายคนทำถูกขั้นตอนแล้ว แต่พลาดตรงรายละเอียด เช่น
- เปลี่ยนสถานที่ทำงานจริง แต่เอกสารยังเป็นที่เดิม
- ทำหน้าที่จริงไม่ตรงกับ Job Description ที่ยื่นไว้
- ลงพื้นที่/พบลูกค้า/ทำงานหลายไซต์ โดยไม่ได้จัดการเอกสารรองรับ
แนวทางที่ถูกต้อง
ก่อนเปลี่ยนบทบาทงาน/สถานที่/โครงสร้าง ให้ทำ Compliance Check เพื่ออัปเดตเอกสารให้สอดคล้องกับความจริง เตรียม SOP ภายในบริษัท ใครอนุมัติการเปลี่ยนแปลง / ต้องแจ้งหน่วยงานใด / ใช้เอกสารอะไร
4) โครงสร้างบริษัทผิด คิดว่า 49% คือสูตรสำเร็จทุกธุรกิจ
กฎ 49% เป็นเพียง “ภาพรวม” แต่ในความจริง ขึ้นกับประเภทธุรกิจ และข้อจำกัดตาม Foreign Business Act (FBA) ซึ่งมีธุรกิจต้องห้าม ต้องขออนุญาตเป็นรายการ
แนวทางที่ถูกต้อง
ทำ 2 ขั้นตอนนี้เสมอ
- จัดหมวดหมู่ธุรกิจของคุณว่าเข้าข่าย “restricted” หรือไม่ (ตาม FBA)
- หากเข้าข่าย ให้พิจารณา Foreign Business License/Certificate หรือช่องทางสิทธิพิเศษ (เช่น BOI/สนธิสัญญาบางประเภทแล้วแต่กรณี)
5) ใช้ “Nominee Shareholder” ผู้ถือหุ้นไทยในนามเพื่อเลี่ยงกฎหมาย
นี่คือความผิดพลาดที่ “อันตรายที่สุด” และเป็นประเด็นที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญมากขึ้น
ความเสี่ยงที่ตามมา
- บริษัทอาจถูกตรวจเชิงลึกเรื่องอำนาจควบคุมจริง, แหล่งเงินทุนของผู้ถือหุ้น, ธุรกรรมผิดปกติ
- ความเสี่ยงทางคดี ,ทรัพย์สิน และความสามารถในการทำธุรกิจระยะยาว
แนวทางที่ถูกต้อง
- ใช้โครงสร้างที่ยืนระยะได้
- ขออนุญาตให้ถูกต้อง (FBL/FBC) เมื่อธุรกิจเข้าข่าย
- วางแผนโครงสร้างทุน–ผู้ถือหุ้น–อำนาจกรรมการแบบโปร่งใสและตรวจสอบได้
6) ไม่พร้อมเรื่องภาษี/การเงินตั้งแต่วันแรก (VAT, ภาษีนิติบุคคล, WHT)
ชาวต่างชาติหลายรายเริ่มขายก่อนทำบัญชีทีหลัง จนเวลาจะยื่น VAT หรือขอเอกสารราชการแล้วสะดุด ส่งผลกระทบให้ถูกเรียกเอกสารเพิ่ม, เสียเวลาธุรกิจ, สร้างความเสี่ยง compliance
แนวทางที่ถูกต้อง
- ตั้งระบบบัญชีและเอกสารรายรับรายจ่ายตั้งแต่เดือนแรก
- แยกบัญชีบริษัทชัดเจน, มีเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายครบ
- ใช้ผู้ทำบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่คุมเอกสารเชิงตรวจสอบไม่ใช่แค่ยื่นภาษี
7) ใช้ที่อยู่บริษัทที่ “ตรวจสอบไม่ได้จริง” หรือสัญญาไม่ชัด
โดยเฉพาะกรณี
- จดทะเบียนบริษัท, VAT, หรือทำ Visa/Work Permit
หากที่อยู่ไม่มีผู้รับเอกสาร/ไม่มีหลักฐานการใช้สถานที่จริง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกเรียกตรวจและถูกขอเอกสารซ้ำ
แนวทางที่ถูกต้อง
- ใช้ Virtual Office / Registered Address ที่มีสถานที่จริง
- มีผู้รับหนังสือ
- มีสัญญาและหลักฐานชัดเจน
- เก็บหลักฐานการใช้งาน/การติดต่อของบริษัทเป็นระบบ
8) ลืมหรือพลาด 90-day report และหน้าที่ด้าน ตม.
ผู้พำนักในไทยเกิน 90 วันมีหน้าที่ต้องรายงานที่อยู่ตามกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามจะผลกระทบให้ต้องเสียค่าปรับ ทำให้การต่อวีซ่าหรือทำธุรกรรมราชการยุ่งขึ้นในจังหวะสำคัญ
แนวทางที่ถูกต้อง
- วางระบบแจ้งเตือนวันครบกำหนด (ภายในทีม หรือผู้ดูแลเอกสาร)
- ทำ Checklist เอกสาร ตม. เป็นรายเดือน รายไตรมาส
9) ไม่มี “แผนระยะยาว” เรื่องคน–สัญญา–การคุ้มครองความเสี่ยง
หลายธุรกิจเริ่มจากความไว้วางใจ แต่พอเติบโตจะเกิดปัญหาเช่น
- สัญญาระหว่างหุ้นส่วนไม่ชัด
- การควบคุมอำนาจลงนามไม่รัดกุม
- ไม่มีนโยบายเอกสาร/ตราประทับ/การอนุมัติค่าใช้จ่าย
- ผู้บริหารต่างชาติพึ่งพาคนกลางมากเกินไป
แนวทางที่ถูกต้อง
- ทำ “Governance Package” ตั้งแต่ต้น:
- Shareholders’ Agreement / Director’s authority matrix
- นโยบายเอกสารบริษัท/การอนุมัติค่าใช้จ่าย
- โครงสร้างผู้รับผิดชอบด้าน visa , work permit , tax , legal ให้ชัด
แนวทางที่ถูกต้อง
ถ้าต้องการทำธุรกิจในไทยอย่างปลอดภัยและยืนยาว ให้ยึด 4 เสาหลักนี้
- Right Visa เข้าประเทศด้วยวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง
- Right Work Authorization มี Work Permit ก่อนเริ่มทำงาน
- Right Company Structure โครงสร้างสอดคล้อง FBA และไม่ใช้นอมินี
- Right Compliance Operations จัดการภาษี/ที่อยู่/ตม./เอกสารบริษัท เป็นระบบ

